ภาพรวมสถานการณ์ค่าเงิน GBP/USD
คู่เงิน GBP/USD ยังคงเคลื่อนไหวในแดนลบบริเวณ 1.3350 ในช่วงการซื้อขายยุโรปวันพฤหัสบดี โดย เงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) อ่อนค่าลงจากความกังวลว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรอาจเผชิญ ความเสี่ยงภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมกับเงินเฟ้อสูง อันเป็นผลจาก ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนการประกาศ ข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (US Jobless Claims) ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงิน GBP/USD
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Overview)
คู่เงิน GBP/USD ยังคงได้รับแรงพยุงใกล้กับ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (200-period Simple Moving Average: SMA) บนกราฟ 4 ชั่วโมง บริเวณ 1.3550 ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญที่เทรดเดอร์ระยะสั้นจับตา
สัญญาณจากอินดิเคเตอร์
- MACD Histogram ยังคงอยู่ในแดนลบ
- แสดงให้เห็นว่าเส้น MACD อยู่ต่ำกว่าเส้น Signal ใกล้ระดับศูนย์
- บ่งชี้ถึงแรงกดดันฝั่งขาลงที่ยังคงมีอยู่
- RSI (Relative Strength Index) อยู่ที่ระดับ 40
- อยู่ในโซน Neutral-to-Bearish
- ฟื้นตัวเล็กน้อยจากจุดต่ำก่อนหน้า
- บ่งชี้ว่าการรีบาวด์ขึ้นยังมีความเปราะบาง
แนวโน้มสำคัญ
- หากราคา สามารถยืนเหนือเส้น SMA 200 ขาขึ้นได้
- จะช่วยรักษา Bias เชิงบวกระยะสั้น
- หากราคา ปิดต่ำกว่าเส้นดังกล่าวอีกครั้ง
- จะเปิดทางให้ แรงขายกลับมาควบคุมตลาด
- หาก MACD Histogram กลับมาอยู่ในแดนบวก
- จะเป็นสัญญาณว่า แรงกดดันฝั่งขาลงเริ่มอ่อนแรง
- สำหรับ RSI
- จำเป็นต้อง กลับขึ้นเหนือระดับ 50 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัว
- หากยัง ต่ำกว่า 50 การปรับตัวขึ้นจะถูกจำกัด และตลาดอาจยังคงเน้นการสร้างฐานราคา มากกว่าการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
คู่เงิน GBP/USD ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์บริเวณ ช่วงกลาง 1.3500 ในช่วงต้นการซื้อขายยุโรป หลังการเปิดเผย รายงานตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร
สถานการณ์ตลาดแรงงานสหราชอาณาจักร
สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (ONS) รายงานว่า
- อัตราการว่างงาน (ILO Unemployment Rate)
- เพิ่มขึ้นเป็น 5.2% ในช่วงสามเดือนถึงเดือนธันวาคม
- จาก 5.1% ในเดือนก่อนหน้า
- ถือเป็น ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2021
- จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน
- เพิ่มขึ้น 28.8K ในเดือนมกราคม
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักรเริ่มอ่อนแอลงตั้งแต่ต้นปี 2026
การเติบโตของค่าจ้าง
อัตราการเติบโตของค่าจ้างรายปีชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี
- Average Earnings Excluding Bonus
- เพิ่มขึ้น 4.2% ในสามเดือนสิ้นสุดเดือนธันวาคม
- ลดลงจาก 4.6% ในไตรมาสก่อน
- Average Earnings Including Bonus
- ลดลงเหลือ 4.2% จาก 4.6%
หาก ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหราชอาณาจักร (UK CPI) ที่จะประกาศในวันพุธ ไม่สร้างความประหลาดใจ ข้อมูลแรงงานล่าสุดจะยิ่ง สนับสนุนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินปอนด์
ปัจจัยจากฝั่งสหรัฐ
ในขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันคู่เงิน GBP/USD
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของ USD ยัง ขาดแรงหนุนเชิงบวกที่ชัดเจน เนื่องจากตลาดยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
หลังจากการเปิดเผย ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐที่อ่อนตัวลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา
ตลาดได้เพิ่มการคาดการณ์ว่า
- Fed อาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน
- และมี โอกาสสูงที่จะปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้งในปี 2026
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับ ความเป็นอิสระของ Fed ยังเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์
เหตุการณ์สำคัญที่ตลาดกำลังจับตา
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ยังคง รอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed ก่อนเปิดสถานะใหม่ในตลาด
ข้อมูลสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- รายงานการประชุม FOMC Minutes (วันพุธ)
- ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) ของสหรัฐ (วันศุกร์)
แนวโน้มด้านนโยบายการเงินของ Fed จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนด ทิศทางค่าเงินดอลลาร์
ขณะเดียวกัน รายงานเงินเฟ้อ CPI ของสหราชอาณาจักรในวันพุธ อาจสร้าง ความผันผวนให้กับตลาด และเป็นตัวกำหนดแรงขับเคลื่อนใหม่ของคู่เงิน GBP/USD ในช่วงปลายสัปดาห์
สรุปแนวโน้ม GBP/USD
- เงินปอนด์ยังถูกกดดันจาก ความเสี่ยง Stagflation และตลาดแรงงานที่อ่อนตัว
- ตลาดคาดการณ์ BoE อาจลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
- ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนระยะสั้นจาก Safe Haven แต่ Upside ยังจำกัดจาก คาดการณ์ Fed ลดดอกเบี้ย
- ตลาดจับตา UK CPI, FOMC Minutes และ US PCE ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางใหม่ของคู่เงิน GBP/USD ในระยะถัดไป

