USD/JPY พลิกตัวลงอย่างรวดเร็วในวันอังคาร โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่บริเวณ 160.50 ก่อนร่วงลงต่ำกว่า 159.00 และปิดใกล้ระดับ 158.85 ทั้งนี้ ค่าเงินได้ทะลุระดับ 160.00 ชั่วคราว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งเป็นระดับที่ก่อนหน้านี้เคยกระตุ้นให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซง อย่างไรก็ตาม การกลับตัวในช่วงท้ายตลาดได้ลบล้างการปรับขึ้นทั้งหมดของวันดังกล่าว
การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Overview)
ณ เวลาที่เขียน USD/JPY เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 160.00 โดยแนวโน้มระยะสั้นยังคงมีลักษณะเป็นบวกเล็กน้อย เนื่องจากราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 20 วัน (20-day EMA) ที่กำลังปรับตัวขึ้น และเคลื่อนไหวในครึ่งบนของกรอบขาขึ้น (ascending parallel channel)
การที่ราคาทำ “Higher Low” ต่อเนื่องเหนือบริเวณฐานของกรอบที่ประมาณ 158.40 ยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่ค่า RSI บริเวณ 58 ยังคงยืนเหนือระดับ 50 อย่างชัดเจน สะท้อนถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะอ่อนแรง
- แนวรับสำคัญแรกอยู่ที่บริเวณ 158.40 (ฐานกรอบแนวโน้ม) หากหลุดระดับนี้ อาจเปิดทางลงสู่ 157.70
- แนวต้านสำคัญอยู่ที่บริเวณ 160.90 (ด้านบนของกรอบ) หากปิดรายวันเหนือระดับดังกล่าว จะเป็นการยืนยันการขยายตัวของแนวโน้มขาขึ้นไปสู่ 162.00
ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคาร เวลา 20:00 น. ตามเวลาตะวันออกสหรัฐ (ตรงกับ 07:00 น. ของวันพุธ ตามเวลาไทย)
ในวันจันทร์ ทรัมป์ได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า อิหร่าน “สามารถถูกจัดการได้ภายในคืนเดียว และอาจเกิดขึ้นในคืนถัดไป” หากยังปฏิเสธข้อเสนอ
ด้านญี่ปุ่น ข้อมูลการใช้จ่ายภาคครัวเรือนโดยรวม (Overall Household Spending) เดือนกุมภาพันธ์ออกมาอ่อนแอ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เชิงเข้มงวด (hawkish) ต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ในระยะสั้น โดยตัวเลขหดตัว -1.7% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ -0.7% และต่อเนื่องจากเดือนมกราคมที่หดตัว -1%
ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่
- รายงานบันทึกการประชุม FOMC เดือนมีนาคม
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนมีนาคม

