เงินยูโร (EUR) เคลื่อนไหวค่อนข้างซบเซาเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดย EUR/USD ซื้อขายบริเวณ 1.1535 ในช่วงตลาดยุโรปวันพุธ นักลงทุนยังคงซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนการประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เวลา 01:00 น. วันที่ 17 กันยายน ตามเวลาไทย
📊 วิเคราะห์ทางเทคนิค EUR/USD
บนกราฟรายวัน EUR/USD เคลื่อนไหวบริเวณ 1.1532 และยังสะท้อนภาพเชิงลบในระยะสั้น เนื่องจากราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 20 ช่วงเวลา หรือ 20-period EMA ที่ 1.1589
ราคาปรับตัวลงจากจุดสูงล่าสุด ขณะที่ Relative Strength Index (RSI 14) อยู่บริเวณ 40 สะท้อนว่าแรงกดดันด้านขาลงยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Oversold อย่างรุนแรง
ภาพดังกล่าวบ่งชี้ว่า ฝั่งผู้ขายยังคงได้เปรียบ ขณะที่ความพยายามในการฟื้นตัวของราคายังถูกจำกัดจากแนวต้านแบบ Dynamic Resistance ที่อยู่ไม่ไกลจากระดับปัจจุบัน
📈 แนวต้านสำคัญ: 1.1589
เส้น 20-period EMA ที่ 1.1589 เป็นแนวต้านแรกที่ฝั่งซื้อจำเป็นต้องผ่านให้ได้ หากต้องการลดแรงกดดันของแนวโน้มขาลงในปัจจุบัน และจำเป็นต้องเห็นราคายืนเหนือระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงจะเริ่มส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวที่มีนัยสำคัญมากขึ้น
📉 แนวรับสำคัญ: 1.1500
ด้านล่าง ระดับจิตวิทยา 1.1500 ถือเป็นแนวรับสำคัญที่ตลาดต้องจับตา หากหลุดระดับนี้ ความเสี่ยงของแรงขายเพิ่มเติมอาจเพิ่มสูงขึ้น
🏦 Fed อาจเป็นตัวกำหนดทิศทาง EUR/USD รอบใหม่
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool แสดงให้เห็นว่า ตลาดให้น้ำหนักถึง 92.5% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 basis points (bps) สู่ระดับ 3.75%-4.00% ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งนี้
หากเกิดขึ้นจริง จะหมายความว่า Fed ยุติช่วงการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 5 การประชุม และเริ่มต้นวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงินอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อการขึ้นดอกเบี้ยถูกตลาดคาดการณ์ไว้ในระดับสูงแล้ว สิ่งที่อาจสร้างความผันผวนให้ตลาดมากกว่า “ตัวเลขดอกเบี้ย” คือ แถลงการณ์นโยบายการเงิน และถ้อยแถลงของประธาน Fed Kevin Warsh เกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือ Fed Dot Plot ซึ่งสะท้อนมุมมองของเจ้าหน้าที่ Fed ว่าอัตราดอกเบี้ยควรเคลื่อนไปในทิศทางใดในระยะข้างหน้า
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ยังระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 79% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างน้อย 2 ครั้งภายในสิ้นปี
🇪🇺 ฝั่งยุโรปก็ส่งสัญญาณ Hawkish เช่นกัน
ในฝั่งยูโรโซน เจ้าหน้าที่ของ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจยังอยู่ในระดับสูง และอาจทำให้ ECB จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ECB ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
🔎 มุมมองเชิงวิเคราะห์
สถานการณ์ของ EUR/USD จึงน่าสนใจตรงที่ ทั้ง Fed และ ECB ต่างมีปัจจัยสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด
แต่สำหรับการเคลื่อนไหวระยะสั้นของ EUR/USD ตลาดอาจไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงว่า Fed “ขึ้นหรือไม่ขึ้นดอกเบี้ย” เพราะความคาดหวังเรื่องการขึ้น 25 bps ถูกสะท้อนผ่านความน่าจะเป็นที่สูงถึง 92.5% แล้ว
ดังนั้น จุดชี้ขาดอาจอยู่ที่ Forward Guidance
หากถ้อยแถลงของ Fed, Dot Plot และมุมมองต่อเงินเฟ้อส่งสัญญาณว่า ดอกเบี้ยอาจต้องสูงขึ้นอีกหรือนานกว่าที่ตลาดคาดดอลลาร์สหรัฐอาจได้รับแรงสนับสนุน และเพิ่มแรงกดดันต่อ EUR/USD โดยเฉพาะหากราคาไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ 1.1589
ในทางกลับกัน หากตลาดตีความท่าทีของ Fed ว่า ไม่ได้ Hawkish มากกว่าที่ Price-in ไว้ ความคาดหวังที่ถูกสะท้อนในราคาล่วงหน้าแล้วอาจเปิดพื้นที่ให้ EUR/USD ฟื้นตัว โดย 1.1589 จะกลายเป็นระดับสำคัญสำหรับยืนยันแรงซื้อ
คืนนี้จึงอาจไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่?” เพียงอย่างเดียว แต่คือ “หลังจากครั้งนี้ Fed จะส่งสัญญาณว่าจะขึ้นอีกมากแค่ไหน?”
💬 คุณมอง EUR/USD หลัง Fed คืนนี้อย่างไร?
จะ หลุด 1.1500 ตามแรงดอลลาร์ หรือกลับตัวขึ้นไปทดสอบ 1.1589 ก่อน?
👇 คอมเมนต์มุมมองของคุณไว้ได้เลย และถ้าติดตามการวิเคราะห์ Forex, Fed, ECB และปัจจัยมหภาคที่กระทบตลาดกดติดตามไว้เพื่อไม่พลาดการอัปเดตครั้งต่อไป
#EURUSD #EUR #USD #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #Fed #FederalReserve #ECB #InterestRates #Inflation #CMEFedWatch #Trading #MarketAnalysis #วิเคราะห์Forex #ข่าวForex #วิเคราะห์ตลาด #ค่าเงินยูโร #ดอลลาร์สหรัฐ #เศรษฐกิจ

