เงินยูโร (EUR) เริ่มมีแรงพยุงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในวันศุกร์ หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 4 วัน และทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีบริเวณ 1.1215
ในช่วงการซื้อขายฝั่งเอเชีย EUR/USD ปรับตัวขึ้นประมาณ 0.1% มาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1.1253 โดยได้รับแรงหนุนจากการย่อตัวลงเล็กน้อยของดอลลาร์สหรัฐ
🔎 Technical Analysis | วิเคราะห์ทางเทคนิค
บนกราฟรายวัน EUR/USD ซื้อขายบริเวณ 1.1253 และยังคงมีภาพเชิงลบในระยะสั้น เนื่องจากราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้น 20-day Exponential Moving Average (EMA) ซึ่งอยู่บริเวณ 1.1423 และทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญด้านบน
ขณะเดียวกัน Relative Strength Index (RSI) อยู่ที่ 19.8 ซึ่งเข้าสู่ภาวะ Oversold อย่างมาก สะท้อนว่าแรงขายอาจอยู่ในระดับที่ตึงตัวและเปิดโอกาสให้เกิดการฟื้นตัวทางเทคนิคได้
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ราคายังคงถูกจำกัดอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA การรีบาวด์ขึ้นอาจยังเผชิญแรงขายเมื่อเข้าใกล้แนวต้านดังกล่าว
📈 แนวต้านสำคัญ
แนวต้านแรกอยู่ที่ 1.1325 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวันที่ 24 มิถุนายน หาก EUR/USD สามารถผ่านระดับดังกล่าวขึ้นไปได้ ตลาดจะจับตาแนวต้านแบบ Dynamic จากเส้น 20-day EMA บริเวณ 1.1423 เป็นเป้าหมายถัดไป
📉 แนวรับสำคัญ
ในฝั่งขาลง EUR/USD มีโอกาสขยายการปรับตัวลงไปทดสอบบริเวณ 1.1200
หากราคาหลุดต่ำกว่า 1.1200 อย่างชัดเจน อาจเปิดทางให้แรงขายกดดันคู่เงินลงไปหาแนวรับถัดไปบริเวณ 1.1100
🌎 Fundamental Analysis | วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ในช่วงเวลาที่จัดทำบทวิเคราะห์ US Dollar Index (DXY) ปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ใกล้ 101.93 หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นแตะ 102.20 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 1 ปี
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอข้อมูลตลาดแรงงานสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง Nonfarm Payrolls (NFP) เดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดประกาศเวลา 12:30 GMT
ตลาดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสร้างงานใหม่ประมาณ 90,000 ตำแหน่ง ลดลงจาก 162,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม
ขณะที่ อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.1%
ตัวเลข NFP มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve (Fed)
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ Fed สนับสนุนแนวทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในระยะใกล้
Lorie Logan ประธาน Fed สาขาดัลลัส กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นขึ้นอีกอย่างน้อย 0.50% เพื่อให้นโยบายการเงินเข้าสู่ระดับที่ “ตึงตัวในระดับปานกลาง” และช่วยนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย
🇪🇺 ฝั่งยุโรปจับตาเงินเฟ้อ HICP
สำหรับฝั่งยูโร นักลงทุนกำลังรอข้อมูลเบื้องต้นของ Harmonized Index of Consumer Prices (HICP) เดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดประกาศเวลา 09:00 GMT
ตลาดคาดว่าเงินเฟ้อ HICP ทั่วไปจะเร่งตัวขึ้นสู่ 3.6% YoY จากตัวเลขสุดท้ายของเดือนสิงหาคมที่ 3.2%
หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือสูงกว่าคาด สถานการณ์ดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ว่า European Central Bank (ECB) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะใกล้
🎯 มุมมอง EUR/USD ที่ต้องจับตา
ภาพทางเทคนิคยังคงเอนเอียงไปทางฝั่งขาลง เนื่องจากราคายังอยู่ต่ำกว่า 20-day EMA แต่ RSI ที่ลงมาถึง 19.8 บ่งชี้ว่าแรงขายอยู่ในภาวะ Oversold อย่างมาก ทำให้ความเสี่ยงของการเกิด Technical Rebound เพิ่มขึ้น
ดังนั้น โซน 1.1200–1.1325 อาจกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการกำหนดทิศทางระยะสั้นของ EUR/USD โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญจากทั้งสหรัฐฯ และยุโรปเข้ามาเป็น Catalyst
💬 คุณมอง EUR/USD รอบนี้อย่างไร?
ถ้า NFP ออกมาต่ำกว่าคาด คุณคิดว่า EUR/USD จะสามารถกลับขึ้นไปทดสอบ 1.1325–1.1423 ได้หรือไม่? หรือภาพขาลงยังแข็งแกร่งพอที่จะกดราคาหลุด 1.1200 และมุ่งหน้าสู่ 1.1100?
👇 แชร์มุมมองของคุณในคอมเมนต์ได้เลย และติดตามไว้สำหรับบทวิเคราะห์ Forex และ Macro Update ที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดปัจจัยสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาด
#EURUSD #EUR #USD #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #FundamentalAnalysis #NFP #FederalReserve #Fed #ECB #Inflation #HICP #DXY #MarketAnalysis #Trading

