USD/JPY อ่อนตัวลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยเคลื่อนไหวบริเวณ 156.90 ในช่วงตลาดยุโรปวันจันทร์ ขณะที่โครงสร้างราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายใน Symmetrical Triangle สะท้อนภาวะพักฐานและการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อกับแรงขายที่ยังไม่มีฝ่ายใดสามารถควบคุมทิศทางได้อย่างชัดเจน
มุมมองทางเทคนิค
ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง USD/JPY สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ Fibonacci Retracement 23.6% ได้ หลังจากราคามีแรงรับเมื่ออ่อนตัวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย SMA 50 ช่วงเวลา สะท้อนว่าแรงซื้อในโครงสร้างระยะสั้นยังไม่หายไปทั้งหมด
หากโมเมนตัมฝั่งซื้อกลับมา แนวต้านสำคัญถัดไปอยู่บริเวณ 159.08 ซึ่งเป็นจุดสูงของรอบล่าสุด หากราคาสามารถทะลุและยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณเปิดพื้นที่ให้ USD/JPY มีโอกาสขยายการปรับตัวขึ้นต่อ
ในทางกลับกัน แนวรับแรกอยู่บริเวณ Fibonacci 23.6% ที่ 157.62 ตามด้วย SMA 50 ช่วงเวลาบริเวณ 157.17 ขณะที่แนวรับเชิงโครงสร้างที่ลึกลงมาอยู่บริเวณ Fibonacci 38.2% ที่ 156.71 และ Fibonacci 50.0% ที่ 155.98
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากกรอบเวลาที่กว้างขึ้น ภาพระยะสั้นยังมีน้ำหนักไปทางการอ่อนตัว เนื่องจากราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA 9 และ EMA 50 ขณะที่การที่เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและระยะกลางอยู่เหนือราคา หมายความว่าแรงรีบาวด์อาจยังเผชิญแรงขายบริเวณด้านบน
RSI 14 วันอยู่ใกล้ระดับ 47 ซึ่งยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Oversold แต่สะท้อนโมเมนตัมในลักษณะ Sideways หรือ Consolidation มากกว่าจะเป็นแนวโน้มขาลงที่รุนแรง
ดังนั้น โครงสร้างปัจจุบันจึงน่าสนใจตรงที่ “ภาพระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่ตลาดยังไม่ได้เสียโครงสร้างสำคัญทั้งหมด”
แนวต้านที่ต้องจับตา
หาก USD/JPY ฟื้นตัว แนวต้านแรกอยู่บริเวณ EMA 9 วันที่ 157.12 ตามด้วย EMA 50 วันที่ 158.03 และแนวต้านสำคัญบริเวณขอบบนของ Symmetrical Triangle แถว 159.10
หากราคาสามารถ Breakout เหนือกรอบสามเหลี่ยมและยืนได้อย่างมั่นคง จะเพิ่มโอกาสที่โมเมนตัมขาขึ้นจะกลับมาอีกครั้ง และอาจเปิดทางให้ตลาดกลับไปประเมินพื้นที่ด้านบน โดยต้นฉบับระบุเป้าหมายระยะไกลบริเวณ 163.99 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปีที่ทำไว้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม
แนวรับที่ต้องจับตา
ด้านล่าง จุดสำคัญอยู่บริเวณขอบล่างของ Symmetrical Triangle แถว 155.20
ระดับนี้อาจเป็นเส้นแบ่งสำคัญของโครงสร้างราคา เพราะหาก USD/JPY หลุด 155.20 และไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ความเสี่ยงของการปรับฐานจะเพิ่มขึ้น และอาจเปิดพื้นที่ให้ราคามุ่งหน้าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนบริเวณ 152.10
ดังนั้น หากมองในเชิง Scenario Analysis ตลาดกำลังมีกรอบตัดสินใจสำคัญระหว่าง 155.20–159.10
เหนือ 159.10 = เพิ่มน้ำหนักต่อการฟื้นตัวของโมเมนตัมขาขึ้น
ต่ำกว่า 155.20 = เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานลงลึก
ส่วนการเคลื่อนไหวภายในกรอบดังกล่าว ยังสะท้อนภาวะ Consolidation เป็นหลัก
ปัจจัยพื้นฐาน: Fed ยังไม่พร้อมผ่อนคลายง่ายๆ
อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ หลัง Beth Hammack ประธาน Fed สาขา Cleveland ส่งสัญญาณค่อนข้าง Hawkish โดยเตือนว่าหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของเงินเฟ้อ คือการที่ประชาชนเริ่มสร้าง “กรอบความคิดแบบเงินเฟ้อ” หรือเริ่มยอมรับว่าราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ
Hammack ยังชี้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ และแรงกดดันด้านอุปสงค์รวมถึงการลงทุนด้านทุนอาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ ซึ่งทำให้ Fed จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อต่อไป
FXS Speechtracker ให้คะแนนน้ำเสียงของ Hammack ที่ 7.2/10 ซึ่งอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 7.5/10 เล็กน้อย แต่ยังถือว่าเป็นท่าทีที่ค่อนข้าง Hawkish
ขณะเดียวกัน FXS Fed Sentiment Index ลดลง 0.34 จุด สู่ระดับ 147.72 แม้ลดลงเล็กน้อย แต่ยังสูงกว่าระดับ Neutral ที่ 100 อย่างชัดเจน สะท้อนว่าภาพรวมการสื่อสารของ Fed ยังคงให้น้ำหนักกับนโยบายการเงินที่เข้มงวด แม้ความ Hawkish จะลดลงเล็กน้อยจากฐานก่อนหน้า
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อ USD/JPY เพราะหากตลาดยังคงคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูง หรือ Fed ยังมีโอกาสใช้นโยบายตึงตัวเพิ่มเติม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นยังสามารถเป็นแรงสนับสนุนดอลลาร์เมื่อเทียบกับเยนได้
แต่สมการดังกล่าวกำลังเริ่มมีอีกด้านเข้ามาถ่วงดุล นั่นคือ BoJ
BoJ กับความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกัน
ฝั่งญี่ปุ่น ความสนใจของตลาดกำลังกลับมาที่แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Bank of Japan หลัง Kazuo Momma อดีต Executive Director ของ BoJ ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยอีก 25 Basis Points ในการประชุมเดือนตุลาคมถือเป็น “ความเป็นไปได้จริง” โดยประเมินโอกาสไว้ประมาณ 20–30%
ประเด็นนี้มีนัยสำคัญ เพราะ BoJ เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 Basis Points สู่ 1.25% ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995
Rabobank ระบุว่า หาก BoJ ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง จะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันที่มีนัยสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยอาจเป็นการขึ้นต่อเนื่องแบบ Back-to-Back ครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปี 1989–1990 และหากนับในลักษณะเดือนต่อเดือน จะย้อนกลับไปถึงเดือนมีนาคม 1980 ซึ่งในเวลานั้นอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอยู่ที่ 9.0%
แม้ความน่าจะเป็นที่ Momma ประเมินไว้เพียง 20–30% แต่สำหรับตลาด FX สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่แค่ “BoJ จะขึ้นหรือไม่” แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางดอกเบี้ยญี่ปุ่น
เพราะหากตลาดเริ่มเชื่อว่า BoJ สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วและต่อเนื่องกว่าที่เคยคาดไว้ Yield Differential ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ อาจเริ่มแคบลง และทำให้การถือสถานะ Yen Carry Trade มีความน่าสนใจลดลง
นอกจากนี้ รายงานการประชุมของ BoJ ที่เผยแพร่ล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่า กรรมการบางส่วนสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยในจังหวะที่เร็วขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อของญี่ปุ่น
ปฏิทินสหรัฐฯ ที่ตลาดต้องติดตาม
สำหรับวันจันทร์ ตลาดยังมีปัจจัยจากฝั่งสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่
12:15 น. การกล่าวสุนทรพจน์ของ Fed Vice Chair for Supervision Michelle Bowman
14:30 น. Dallas Fed Manufacturing Business Index โดยครั้งก่อนอยู่ที่ 11.6
15:30 น. การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 3 เดือน โดยผลตอบแทนครั้งก่อนอยู่ที่ 4.015%
15:30 น. การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 6 เดือน โดยผลตอบแทนครั้งก่อนอยู่ที่ 4.155%
17:15 น. การกล่าวสุนทรพจน์ของ Fed Governor Lisa Cook
ตามกำหนดการอย่างเป็นทางการของ Federal Reserve วันที่ 28 กันยายนมีทั้งกิจกรรมของ Bowman และ Cook ซึ่งอาจทำให้ตลาดติดตามน้ำเสียงเกี่ยวกับเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินเพิ่มเติม
มุมมองต่อ USD/JPY
ภาพของ USD/JPY ในเวลานี้จึงไม่ใช่การแข่งขันระหว่าง “ดอลลาร์แข็ง” กับ “เยนอ่อน” เพียงด้านเดียวอีกต่อไป
ฝั่งดอลลาร์ยังได้รับแรงสนับสนุนจาก Fed ที่มีท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ และความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูงต่อไป
แต่ฝั่งเยนเริ่มมีแรงหนุนจากความคาดหวังว่า BoJ อาจเร่งวงจรการขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงความเสี่ยงจากการแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่น ซึ่งอาจจำกัด Upside ของ USD/JPY โดยเฉพาะเมื่อราคาเข้าใกล้บริเวณ 159–160
นี่จึงทำให้โซน 155.20–159.10 กลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการหาทิศทางรอบถัดไป
หากทะลุ 159.10 ได้ ตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักกับโมเมนตัมขาขึ้นและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ–ญี่ปุ่น
แต่หากหลุด 155.20 ความคาดหวังต่อการ Tightening ของ BoJ และแรงแข็งค่าของเยนอาจเริ่มมีบทบาทต่อโครงสร้างราคามากขึ้น โดยมี 152.10 เป็นระดับถัดไปที่ต้องจับตา
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “USD/JPY จะขึ้นหรือลง?”
แต่อาจเป็นว่า “ระหว่าง Fed ที่ยังไม่พร้อมลดความเข้มงวด กับ BoJ ที่เริ่มมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ธนาคารกลางฝั่งไหนจะทำให้ตลาดต้องปรับ Pricing ก่อนกัน?”
คุณมอง USD/JPY รอบนี้อย่างไร?
คิดว่าราคาจะ Break 159.10 แล้วกลับเข้าสู่ขาขึ้น หรือหลุด 155.20 และเปิดทางลงทดสอบ 152.10?
คอมเมนต์มุมมองและระดับราคาที่คุณกำลังจับตาไว้ได้เลย และติดตามเพจไว้สำหรับบทวิเคราะห์ Forex, Macro และนโยบายธนาคารกลางก่อนเข้าสู่ Session สำคัญของตลาด
#USDJPY #USD #JPY #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #FundamentalAnalysis #FederalReserve #Fed #BOJ #BankOfJapan #InterestRates #FXMarket #MacroEconomics #MarketOutlook

